คืนวันเสาร์ที่1 เดือนมีนาคม เวลาสองทุ่มเศษ สองเท้าของฉันเหยียบอยู่บนพื้นเย็นๆของสนามบินสุวรรณภูมิ การเดินทางอันยาวนานของฉันกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งในอีกสามชั่วโมงข้างหน้านี้ ครั้งนี้ฉันมีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวมาส่ง ฉันไม่รู้เลยสักนิดว่า..นี่อาจจะเป็นสัญญาณบอกให้ฉันรู้ว่า ชีวิตต่อจากวันนี้ของฉันจะแสนเหงายิ่งกว่าวันนี้มากแค่ไหน
ฉันขอที่นั่งwindow seatจากพนักงานได้ เพราะหวังว่าจะได้พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มตา ก็คืนก่อนเดินทางฉันดันผิดศีลข้อ5กับกลุ่มเพื่อนสาวซะจนลืมวีธีเดินด้วยขาสองข้างไปเลย นี่แหละเป็นโอกาสเดียวที่ฉันจะให้โอกาสสังขารของฉันได้พักผ่อนเต็มที่สักที หลังจากที่มันร้องอุทรมาตลอดทั้งวัน ..

เวลาผ่านไปเร็วจัง ... เมื่อฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่า ตัวเองกำลังลอยอยู่บนแผ่นดินของประเทศออสเตรเลียแล้ว ฉันพาสองขาของตัวเองกลับมาเหยียบประเทศนี้อีกครั้งแล้วสินะ
ฉันผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาแบบปกติ ไม่มีของต้องตรวจ และพบว่าอาของฉันมายืนคอยอยู่นานแล้ว อาถามว่าเจ้าหน้าที่ถามอะไรหรือป่าว ทำไมนานจังกว่าจะออกมาได้ อะไรต่างต่างนานา กลับถึงบ้านเก็บของแล้วทุกอย่างก็ดำเนินไปตามวิถีชิวิตเดิมๆ ทุกวันฉันต้องออกมาที่ร้าน ปิดร้านกลับบ้าน ตื่นนอนออกมาที่ร้านเป็นอยู่อย่างนี้ทุกวัน ความเหงาที่ซุกซ่อนอยู่เริ่มออกมาเพ่นพ่านข้างนอกบ้างเป็นระยะ ...

แต่เชื่อมั้ยว่าสิ่งหนึ่งที่ดึงสติฉันให้กลับมาทุกครั้งที่ฉันเริ่มรู้สึกว่าไม่ไหว ไม่ไหวทั้งจากงานที่หนักและจากอารมณ์ของตัวเองและคนอื่น สิ่งนั้นคือการระลึกได้ว่ามีเพื่อนคนหนึ่งกำลังเดินทางมาจากเมืองไทย หวังว่าจะได้พบกัน การที่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อนที่คุ้นเคยอยู่ใกล้ๆในเวลาที่ชีวิตห่อเหี่ยวที่สุดแบบนี้ มันเหมือนต้นไม้ได้น้ำเลยล่ะ
จนวันหนึ่งที่ได้รับโทรศัพท์ว่าเพื่อนมาแล้ว อยู่ที่นี่แล้ว อยากจะกรี๊ด .. อยากเจอ วันนั้นเป็นวันที่รู้สึกว่าที่นี่น่าอยู่ขึ้นหลังจากอดใจโทรไปคุยกับแม่ไม่ได้และเสียน้ำตาไปแล้วหลายลิตร ตั๋วเครื่องบินขากลับถูกหยิบออกมาดูซ้ำแล้วซ้ำอีกทุกคืน
แต่ ....
ช่างเถอะ เพื่อนก็คงมีเหตุผลของเพื่อนเอง เหตุผลที่ต้องผิดสัญญา ...

ไม่นานนักหลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงเทศกาลอีสเตอร์ เพื่อนของอาคนหนึ่งเดินทางมาจากQueenslandมาเที่ยวSydneyเป็นครั้งแรก ฉันเลยได้หยุดงานเพื่อพาเพื่อนของอาไปเที่ยว และถือโอกาสนี้พาตัวเองออกไปเที่ยวด้วยเลย ขีดความเหงาของฉันยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ฉันจะสลัดมันหลุดออกไปซักที

รอยยิ้มที่ฉันมีวันนี้ มันออกมาจากข้างในจริงหรือเปล่านะ?
|